พูดถึงหนึ่งในเกมกระแสหลัก ณ เวลานี้ที่เกมเมอร์รอคอยคงหนีไม่พ้น Overwatch ในขณะนี้ก็ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปแล้ว ความรู้สึกมันเหมือนกับการนับถอยหลังรอวันปลดประจำการทหารเกณฑ์ เพียงแต่ครั้งนี้ผมไม่ได้รู้สึกอยากออก กลับกัน เป็นความรู้สึกอยากเข้าไปเล่นไปสัมผัสเกมใหม่ของค่าย Blizzard ที่ขึ้นชื่อเรื่องปล่อยเกมไหนมามักประสบความสำเร็จไปเสียหมด และหากใครได้สัมผัสช่วง closed beta หรือ open beta มาแล้วคงมีคำตอบอยู่ในใจว่าเกมนี้ถูกโฉลกหรือไม่ ส่วนใครที่กำลังชั่งใจหรือหาเสียงเพิ่มความมั่นใจว่าจะยินดีจ่ายราคาหนักๆเพื่อซื้อ Overwatch หรือไม่ หวังว่าบทความนี้จะช่วยเหลือได้ครับ

แนวเกม Overwatch สำหรับ Blizzard คงต้องเรียกว่าเป็นของใหม่ บอกว่าเป็นเกมแรกที่มีมุมมองการเล่นแบบบุคคลที่ 1 ของทางค่ายก็คงไม่ผิดนัก แต่ขึ้นชื่อว่าค่าย Blizzard การจะทำอะไรที่ดูตามกระแสหลักเป๊ะๆคงไม่ใช่แนว ฉะนั้นนอกจากจะใส่ความเป็นแอ็คชั่นในมุมมองบุคคลที่ 1 เข้าไปเพียงอย่างเดียว ตัวเกมยังมีกลิ่นอายความเป็น MOBA ที่ตัวเราและเพื่อนร่วมทีมต้องผสานกลยุทธ์เอาชนะฝั่งตรงข้าม ด้วยองค์ประกอบการเล่นสุดธรรมดา กดโจมตี กดใช้สกิล รอคูลดาวน์ ทำตามเป้าหมายของภารกิจ ก็ยังสามารถเล่นได้สนุกโดยไม่ต้องมีฟีเจอร์อะไรที่ซับซ้อนใส่เข้าไปให้ดูเยอะ พูดให้กระชับ เป็นเกมที่มีแสงสีหวือหวาแต่แฝงไปด้วยความสนุกรวดเร็วและการเล่นแบบเรียบง่าย กระนั้น โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าหากเป็นเกมเมอร์ที่ชื่นชอบแนวเกมเพลย์ที่มันดูเรียลและอะไรที่ไม่จัดจ้านหรือเร็วจนเกินไป เกมนี้อาจไม่ถูกจริตนัก

สิ่งที่เป็นจุดเด่นเพิ่มแนวทางการเล่น รวมไปถึงการดึงดูดให้หยิบมาเล่นซ้ำ ส่วนใหญ่แล้วผมเทใจเรื่องของตัวละครฮีโร่ ด้วยตัวเลือกมากถึง 21 ตัวละคร แตกแขนงอีกครั้งในเรื่องบทบาทการเล่น โจมตี ป้องกัน แท้ง และ ซับพอร์ต โดยแต่ละฮีโร่จะมีความสามารถจุดเด่น จุดด้อย บทบาทหน้าที่ชนิดว่าแตกต่างกันสิ้นเชิง ทำให้ตัวผมที่เล่นฮีโร่ตัวใดตัวหนึ่งรู้สึกเบื่อก็สามารถไปเล่นตัวอื่นที่ให้ความรู้สึกแปลกขึ้นหรือมิติใหม่ในการเล่นไม่เหมือนเดิม นี่ยังไม่นับเรื่องการดีไซน์ฮีโร่ที่ออกมาโดนใจเหล่าเกมเมอร์เสียเหลือเกิน ยกตัวอย่าง Tracer ที่ดังจนเป็นประเด็นเรื่องท่าโพสในเกมล่อแหลมต่อเรื่องเซ็กส์ ถึงกระนั้นคนก็ชอบคาแร็คเตอร์สดใสหัวเราะตลอดเวลา อย่างกับว่าเป็น Vanellope จากเรื่อง Wreck-It Ralph ตอนโต หลงรักกันได้ง่ายๆเลยงานนี้ อีกทั้งทุกตัวละครจะมีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเอง นอกจากจะได้เล่นเกมสนุกแล้ว ผมยังได้ทราบประวัติความเป็นมาของตัวละครที่ชื่นชอบ มันเป็นการเพิ่มความอินไปอีกระดับเพื่อให้เราเข้าถึงโลกของ Overwatch มากขึ้น เหตุนี้ระบบฮีโร่จึงเป็นสิ่งที่ผมยกให้ว่าเป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุดของเกมครับ

ถึงผมจะบอกว่า Overwatch มีแนวทางการเล่นที่เรียบง่ายก็จริง หากคุณเลือกตัวและเล่นแบบมั่วซั่ว เจอฝั่งตรงข้ามมั่วซั่วเหมือนกัน อันนี้ก็พอลุ้นแพ้ชนะ 50 50 แต่ถ้าทีมเรามั่วซั่วเจอทีมที่วางแผนและการวางตัวละครฮีโร่มาอย่างดี อันนี้แทบไม่เห็นทางชนะ ฉะนั้นสิ่งที่ทำให้เกมมันสนุกและขับเคลื่อนไปได้ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเรา มันหมายถึงเราได้สนุกกับเพื่อนร่วมทีมที่ต้องใช้ความสามารถฮีโร่เกื้อหนุนกัน ยกตัวอย่างเช่น ใช้ Reinhardt กางโล่ห์ให้ Bastion ตั้งป้อม นี่แทบจะเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งสุดๆ และจะสนุกขึ้นไปอีกเมื่อเจอฝั่งตรงข้ามว่าจะแก้เกมกันอย่างไร ส่วนสิ่งที่ขัดใจผมเท่าที่สัมผัสมาเห็นจะเป็นเรื่องความสมดุลฮีโร่เล็กน้อย โดยเฉพาะเรื่องการเลือกฮีโร่ซ้ำจนหมดสนุก นอกเสียจากว่าคนชอบเล่นอะไรแผลงๆ ซึ่งบางทีผมก็คิดว่ามันเป็นสีสันของเกมดีเหมือนกันครับ ทั้งนี้ถ้าใครไม่อยากเจอปัญหาการเล่นฮีโร่ซ้ำกันเยอะไปก็สามารถหนีไปเล่น Custom Game ได้นะ …สรุปถ้าเล่นกันแบบปกติจัดสรรฮีโร่ออกมาลงตัว โดยรวมแล้วการผสมผสานสกิลระหว่างฮีโร่ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ดีและน่าสนใจไม่ต่างจากการเล่นเกมแนว MOBA ,ทำให้ยิ่งเล่นยิ่งเห็นเทคนิคแปลกใหม่ขึ้นเรื่อยๆ

โหมดในเกมเป็นอะไรที่เกมเมอร์คุ้นเคยกันดี ยึดจุด เข็นรถ ซึ่งไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ไปกว่าเกมอื่น ความสนุกระหว่างเล่นถูกเทไปที่ความสามารถของเหล่าฮีโร่หมดแล้ว กระนั้นเรื่องการออกแบบแผนที่ให้ความรู้สึกว่าเล่นไม่กี่ครั้งก็สามารถจดจำเส้นทางได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ละแผนที่มีความเป็นเอกลักษณ์บ่งบอกถึงปูมหลังตัวละครฮีโร่ พวกเหลี่ยมมุม จุดได้เปรียบเสียเปรียบ สามารถเลือกฮีโร่มาเล่นเพื่อใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมได้อย่างสนุก ผมมองว่าถ้าหาก Overwatch มีโหมดการเล่นอะไรสักอย่างที่เป็นลายเซ็นต์ของเกมโดยเฉพาะ อันนี้คงจะทำให้เกมดูโดดเด่นมากขึ้นไปอีก …จริงแล้วตัวเกมก็มีโหมด Arcade แก้เบื่อที่เปลี่ยนไปแต่ละสัปดาห์ อย่างเช่นให้ผู้เล่นจับเฉพาะ Genji และ Hanzo มาสู้กัน อันนี้คงพูดได้ไม่เต็มปากว่ามันคือความใหม่เอี่ยมเลยข้อข้ามไปครับ

เรื่องที่ทำให้รู้สึกขัดใจที่สุด ส่วนตัวแล้วผมมองว่าการคัดเลือก Play of the Game ซึ่งเปรียบเสมือน MVP ประจำแมทช์นั้น แต่มันไม่ได้คัดเลือกจากคนที่เล่นโดยรวมดีที่สุด ระบบจะดูว่าใครใช้อัลติได้เยี่ยมที่สุด มันหนีไม่พ้นเรื่องการฆ่าได้ต่อเนื่องมากที่สุดขณะเปิดอัลตินั่นเอง กรณีผู้เล่นทั้งเกมไม่มีอัลติสวยๆ การคัดเลือกรองลงมาก็คือคนฆ่าได้ต่อเนื่องมากสุด และหลายคนที่สัมผัสช่วงทดสอบมาแล้วก็คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า Bastion หุ่นนรกป้อมปืนกลมันต้องได้แน่นอน สิ่งเหล่านี้มันอาจดูตลกและทำให้คนที่เล่นในภาพรวมดีมากหัวเราะแห้งๆว่าทำไมถึงไม่ใช่เรา เพราะชื่อมันเรียกว่า Play of the Game ฉะนั้นเกมก็ต้องคัดช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดเพื่อทำเป็นวีดิโอวนซ้ำให้ผู้เล่นคนอื่นได้ดูแทน ส่วนใครที่เล่นด้านอื่นได้ดีก็จะมีการบอก Best Score ในสิ่งที่ทำและให้ผู้เล่นในแมทช์นั้นกดโหวตอีกทีครับ(ก็มีบ้างนะที่ผมกดให้ตัวเอง ฮา) ทั้งนี้คนที่ได้ Play of the Game อาจเป็นผู้เล่นที่เล่นได้ดีมากๆ หรือ เล่นห่วยทั้งเกมแต่บังเอิญใช้อัลติได้ยอดเยี่ยม อะไรก็เกิดขึ้นได้

ส่วนเรื่องหยุมหยิมอย่างอื่นถ้าคนที่ได้เล่นช่วงทดสอบกันมาก็จะรู้ได้ว่าเกมตัวไฟนอลไม่ได้มีอะไรใหม่ที่สามารถพูดเต็มปากได้ว่าเป็นเนื้อหาใหม่จริงๆไม่ว่าจะเป็นแผนที่หรือโหมดการเล่น อีกทั้งตอนนี้ยังไม่รองรับโหมด Competitive สำหรับคนที่ชอบการแข่งขันแบบจริงจัง อันนี้ผมรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยครับ

Overwatch คือเกมที่นำเสนอความเป็นแอ็คชั่นมุมมองบุคคลที่ 1 ผสมเข้ากับการเล่นกลยุทธ์แบบ MOBA ที่ทำออกมาได้เข้าถึงได้ง่าย เพิ่มมิติความแปลกใหม่ในการเล่นเกมขึ้นไปอีก การออกแบบเหล่าฮีโร่มีความดึงดูดสูงทั้งด้านการเล่นในเกมและการพูดถึงนอกเกม ตัวเกมไม่ได้แค่หยิบยกการเล่นออนไลน์มัลติเพลย์เยอร์เพียงอย่างเดียว ด้วยเนื้อเรื่องในภาพรวมและประวัติตัวละครที่โปรโมทออกมาแบบจัดเต็ม องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้รู้สึกว่าเกมไม่กลวงโบ๋ อีกทั้งสามารถติดหนึบได้ในระยะเวลานานๆหากมีเวลามากพอและสามารถคาดหวังถึงการอัพเดตในอนาคตอีกมากมาย ขอชมว่า Blizzard ทำการบ้านมาอย่างดี ความสดใหม่ของการเล่นเกมที่ตอนนี้เหมือนเป็นแสงริบหรี่แต่ก็ยังสามารถแหวกซอกหลืบนั้นออกไปได้ สุดท้ายเกม Overwatch จะกลายเป็นเกมประจำเครื่องได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

 

บทความรีวิว Overwatch ได้รับโค้ดเกมเพื่อนำมาเล่นจาก Blizzard SEA ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
Overwatch was reviewed using a code provided by Blizzard SEA. Thank you and Best regards.

ติดตามข่าวสารและสั่งซื้อตัวเกม Overwatch ได้ทางนี้: click

การกดโหวดสำหรับผู้เล่นที่ทำ Best Score ได้ในแต่ละหมวดหมู่ต่างๆ ถือเป็นสิ่งย้อมใจแม้ไม่ได้ Play of the Game ของแมทช์นั้น

โหมดการเล่นที่ส่วนใหญ่แล้วผมจะเข้าไปทาง Quick Play ,หากใครรักสันโดดหรืออยากฝึกฝีมือก็สามารถเล่นกับ AI ได้ ,หรือต้องการตั้งห้องแข่งขันกับกลุ่มเพื่อนที่ภายในมีตัวเลือกปรับแต่งการเล่นอย่างละเอียดก็ให้เข้าไปที่ Custom Game ,และสุดท้าย Arcade คือโหมดแปลกๆที่จะมีรูปแบบการเล่นเปลี่ยนไปแต่ละสัปดาห์

ถือว่าครบครันอย่างมาก ถึงแม้รูปแบบการเล่นของเกมเดินหน้ายิงจะไม่ได้มีความซับซ้อน ตัวเกมก็มีโหมด Training ให้ฝึกฝนฝีมือและทำความเข้าใจในฮีโร่ได้ค่อนข้างดีเลยล่ะ

หน้ารวมสถิติแทบทุกอย่าง ส่วนตัวและถือว่าละเอียดมากครับ

นอกจากจุดขายของเกมคือเหล่าฮีโร่ มันก็จะมีองค์ประกอบย่อยเข้าไปอีกอย่างพวกการใช้ emotion หรือการพ่น spray และ voice line โดยสามารถเปิดจากกล่องหรือซื้อด้วยเงินภายในเกมได้

2 COMMENTS

  1. แต่ออกแบบมาได้ไม่เห็นใจคนเมา มุมกล้องFps เลย อยากได้มุมมองบคคลที่3 แบบUnchart
    กับปรับความสั่นของกล้องช่วยเรื่องmotion sickness อีกนิด ผมคงพอจะเล่นได้บ้าง

    /me ชายู้อ้วกแตกในนาทีที่15หลังลองเล่นเดโม