[Review] Watch Dogs 2 พัฒนาการทางบวกของแอ็คชั่นแฮกเกอร์

0
5943
Watch_Dogs 2

แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จกับภาคแรกของ Watch Dogs นัก, Ubisoft ก็ยังไม่ยอมแพ้กับแฟรนไชส์แฮกเกอร์ชุดนี้ หลังกลับไปเลียแผลและตั้งตัวใหม่นานกว่าสองปี ล่าสุดก็ได้เข็นอีกหนึ่งเรือธงเกม Open-World แสนยิ่งใหญ่ออกมาหมายมั่นที่จะยึดใจเกมเมอร์สายแอ็คชั่นโอเพ่นเวิลด์กันอีกครั้ง กับ Watch Dogs 2

พัฒนาโดย Ubisoft Montreal , Watch Dogs 2 เป็นเกม Open World Action-Adventure ตั้งอยู่ในย่านท่าเรือของซานฟรานซิสโก ที่อุดมไปด้วย Landmark สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว และบรรยากาศที่น่าสนใจ Ubisoft หมายมั่นว่าจะให้ Watch Dogs 2 เป็นตัวแก้ไขทุกอย่างที่เกิดขึ้นในภาคแรก ทั้งเรื่องการโฆษณาน้อยลงไม่เวอร์วังอลังการ , ความใส่ใจในการออกแบบรายละเอียด และตั้งใจแก้ไขบัคมากกว่าเดิม รวมไปถึงการน้อมรับทุกคำชมและคำติเตียนจากภาคแรกโดยผู้เล่น เข้ามาปรับปรุงในภาคสองนี้ แต่พวกเขาทำได้สำเร็จดังที่หวังหรือไม่มาดูกัน

ทีมพัฒนา : Ubisoft Montreal
วันวางจำหน่าย PS4 และ XBOX ONE : 15 พฤษจิกายน 2016
วันวางจำหน่าย PC : 29 พฤษจิกายน 2016
ตัวเกมรีวิวบน PS4 ขอขอบคุณ Ubisoft ที่สนับสนุนเรามา ณ ที่นี้

Watch Dogs 2 พูดถึง Marcus Holloway แฮกเกอร์หนุ่มผิวสีผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมกลุ่มต่อต้านระบบ ctOS อันเป็นระบบปฏิบัติการในอเมริกาที่ใช้คอยควบคุมและสังเกตการณ์ประชาชนทุกอย่าง เขามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทั้งหมดสี่คนด้วยกัน : Wrench หนุ่มหน้ากาก แฮกเกอร์สุดแนวมาพร้อมความ Geek เข้าขั้น, Sitara สาวแนวสก๊อยนักป่วนเมืองที่เป็นเสมือนเสียงให้กับทีม, Josh ออทิสติคสุดแนวที่แม้เขาจะดูป้ำๆเป๋อ ๆ แต่อย่าได้ประมาทเพราะสมองเขานั้นไวยิ่งกว่ากรด และ Horachio หัวหน้าทีมออกคำสั่ง และวางแผนแนวทางต่างๆให้กับทีม
พัฒนาการตัวละครในเกมนี้อยู่ในระดับที่ว่าไม่ชอบก็ต้องเกลียดกันไปเลย เพราะทุกตัวละครหลักในเกมนั้นเป็นวัยรุ่นกันหมด ดังนั้นทุกอย่างที่พวกเขาทำก็ได้กลิ่นอายออก ‘วัยรุ่น’ ซะเยอะ, หมั่นไส้คู่แข่งก็ยกพวกไปแฮคถล่ม, เที่ยวปาร์ตี้ เหวี่ยงกระจาย ป่วนประสาทที่โน่น ที่นี่ไปทั่ว ธีมของเกมทั้งเกมจะให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังอยู่ในสังคมต่อต้านอะไรบางอย่าง ดังนั้นโดยมากสิ่งที่คุณทำก็จะได้อารมณ์ไม่ต่างจากผู้ก่อการร้ายมากเท่าไหร่นัก

แต่เราก็ไม่ได้บอกว่ามันไม่หรรษา เพราะ ถ้าตราบใดที่คนเล่นมิได้คาดหวังความซีเรียสจริงจังของเนื้อหาเช่นเดียวกับ Watch Dogs 1 และแค่อยากจะสนุกไปกับเกม Watch Dogs 2 จะช่วยเติมเต็มส่วนนั้นๆให้โดยไม่ติดขัดใดๆเลย ความรู้สึกของตัวละครที่เราจะได้รับนั้นเหมือนคู่หูซี้ปึ๊กคุยได้ทุกเรื่องมาตั้งกลุ่มทำอะไรบางอย่าง อาทิ Marcus และ Wrench คุยเรื่องหนังใหม่ หรือพูดถึง Star Wars ได้อย่างสนุกปาก เป็นต้น

และนั่นจึงนำมาซึ่งข้อเสียที่เราจะกล่าว, Watch Dogs 2 ไม่มีเนื้อเรื่องครับ …อย่างน้อยก็ราวๆ ครึ่งเกมได้ ทั้งเกมใช้ฟอร์มูล่าการเล่าเรื่องแบบซีรีส์ทีวีตำรวจอาทิ CSI หรือ NCIS ที่นอกจากความสัมพันธ์ของตัวละครแล้วไม่มีอะไรเชื่อมต่อกันสักตอน ทุกอย่างในเกมก็เหมือนกัน เนื้อหาในแต่ละภารกิจตั้งแต่ช่วงเริ่มเกมจึงถึงกลางเกม ซึ่งก็มีหลายภารกิจคั่นอยู่ จะไม่มีอะไรเชื่อมถึงกันและกันเลยนอกจากเรื่องเดียวคือ ‘ฉันต้องป่วนเมืองเพื่อหยุด ctOS!’ กว่าจะเริ่มเดินเป็นเรื่องยาวจริงก็ใกล้ๆ ท้ายเกมโน่นเลย ซึ่งก็ค่อนข้างจะสายไปเสียแล้ว

โดยรวมแล้ว ถ้าหากใครชื่นชอบ หรือโอเคกับตัวละครธีมวัยรุ่นเด็กแนว , ไม่ได้สนใจในเรื่องเนื้อหาของเกมนัก หรือชอบแนวเล่าเรื่องแยกๆกันไป ก็คิดว่าน่าจะสนุกกับเกมไปได้ไม่ยาก แต่ถ้ากำลังมองหาเนื้อหาที่เชื่อมต่อกันเป็นภารกิจต่อเนื่องเหมือน GTA, Assassin’s Creed หรือแม้แต่ Watch Dogs 1 อาจจะรู้สึกผิดหวังครับ
เกมเพลย์ของ Watch Dogs 2 ก็มีทั้งส่วนที่ขึ้นและส่วนที่ลง ส่วนที่ขึ้นคือ พัฒนาการด้านระบบแฮคที่ทำอะไรได้มากขึ้นไม่ได้มีไว้เป็น Gimmick ประดับเกมเหมือนภาคแรก เราสามารถกดปุ่มพิเศษ (ใน PS4 ใช้ L1) ในการเลือกได้ว่าจะแฮคแบบไหน อาทิเราสามารถเล็งไปที่ NPC สุ่มๆ แล้วกด L1 ค้าง จากนั้นก็เลือกได้ว่าจะเรียกความสนใจด้วยการส่งข้อความ, แฮคบัญชีเก็บเงิน, โทรเรียกตำรวจหรือแก๊งอาชญากรให้มาตามจับตามฆ่า หรือจะแฮคระบบโทรศัพท์ให้มันร้อนจนระเบิดมือ ไม่ก็ช็อตใส่มือดี

พัฒนาการของระบบแฮคนี้เพิ่มมิติให้กับเกมได้อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นการเสริมระบบที่ทำให้ตัวเกมเด่นอยู่แล้วยิ่งเด่นขึ้นไปอีก, แนวทางการเล่นของผู้เล่นจึงมีหลากหลายแบบกว่าเดิมมาก ด้านระบบฟรีรันนิ่งก็ถือว่าทำมาได้ไม่ดีไม่แย่ ภาคแรกดีอย่างไรภาคสองก็ดีอย่างนั้น อารมณ์ประมาณว่าอะไรที่ดีอยู่แล้วก็อย่าไปแก้ไปทำอะไรมันอะไรทำนองนี้
ตัวเกมยังคงซึ่งระบบอัพเกรดสกิลเอาไว้อยู่เช่นเดียวกับภาคแรก ด้านระบบการต่อสู้นั้นมีการเพิ่มปืนสตั้นสำหรับสาย Pacifist ไม่อยากฆ่าใครเข้ามาด้วย รวมไปถึงของเล่นใหม่ๆ อาทิรถบังคับ RC และโดรนก็ช่วยเสริมเพิ่มมิติการเล่นไปอีกหนึ่งขั้น

แต่ที่น่าติเตียนคือระบบยิงปืนที่น่าแปลกนักมันกลับให้ความรู้สึกแข็งกระด้าง ไม่ลื่นนุ่มนวลเทียบกับภาคแรก การจากไปของระบบสโลวโมชั่นเป็นเรื่องน่าเสียดายเพราะส่วนตัวแล้วทำให้ตัวละครของเรานั้นเท่ดุดันกว่าเดิมเยอะมากๆ แต่ที่น่าติเตียนหนักจริงๆ ก็ไม่พ้นความโกงของปืนช็อตไฟฟ้าที่สามารถหยุดศัตรูในระยะหนึ่งได้ในนัดเดียว ไม่มีเสียงเมื่อยิง มีแม็กกาซีนไม่จำกัด ระยะหวังผลก็สูง นี่ทำให้การวิ่งเอาโยโย่อันเป็นอาวุธประชิดของตัวละครเราไปวิ่งไล่ตบไร้ความหมายไปเลยเทียบกับการลอบเร้นในภาคแรก ถ้าไม่ได้เป็นพวกเกลียดการลอบเร้นและยิงทุกอย่างที่ขวางหน้า ก็คงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องหาซื้อปืนมาใช้เลยล่ะ เก็บเงินไว้แต่งตัวเถอะ

พูดถึงการแต่งตัว สิ่งที่น่าชื่นชอบในภาคนี้ก็คือการที่เราสามารถแต่งตัวละครได้ตามแบบที่เราต้องการ, เป็นการพัฒนาขึ้นมาจากภาคแรกที่เปลี่ยนได้แค่เสื้อผ้าเป็นชุดๆไป ในภาคนี้เราสามารถเปลี่ยนได้หมดตั้งแต่หมวกยันรองเท้า อยากจะเป็นเด็กแนวฮิปปี้ ฮิปสเตอร์ อินดี้คูลๆ ร็อค ยันออกเนิร์ดๆ ได้หมดเลย สูทยังมีให้ใส่ อาจจะไม่ได้เยอะมหาศาลเทียบกับคู่แข่ง แต่ถือเป็นพัฒนาการบวกที่น่าสนใจ

มาถึงส่วนเด็ดที่ทำให้ทุกคนเสียงแตกกันเป็นเสี่ยงๆ, การขับรถ… หลายคนคงอยากจะรู้ว่าระบบการขับรถมันดีขึ้นหรือแย่ลงจากภาคแรก ข่าวดีครับ มันดีขึ้น! ระบบการขับรถในเกมนี้ทำได้ลื่นไหลและสนุกกว่าเดิมมากๆ มีการตอบสนองที่เร็วขึ้น กระนั้นก็ยังรู้สึกได้ถึงความหน่วงของรถอยู่ดังฟิสิกส์จริงๆ รวมๆแล้วถือว่าใกล้เคียงกับการขับรถจริงๆ มากกว่าเดิมพอสมควร ถ้าจะให้นึกภาพออกก็นึกถึง GTA IV แต่เลี้ยวง่ายกว่า ดริปง่ายกว่าหน่อยนึงกันได้
Watch Dogs 2 ยังมาพร้อมกับระบบใหม่นามว่า Nethack ด้วย ว่ากันง่ายๆ มันเหมือนระบบ Detective Mode จากเกมตระกูล Batman ทำนองนั้นเลย เราสามารถใช้มันสแกนหาศัตรูที่ต้องการแล้วมาร์คหัวไว้, หาจุดแฮคที่เราสามารถแฮคได้ และยังเป็นอุปกรณ์สำคัญในการมองหาภารกิจเสริมด้วย ตรงนี้ถือว่าเป็นส่วนที่ดีของเกมมากๆ เพราะมันทำให้เราผู้เล่นไม่อยากจะ Fast Travel มันทั้งเกมและเป็นตัวดึงดูดอยากจะสำรวจโลกมากขึ้น หาภารกิจใหม่ๆ หรือไปเที่ยวแลนมาร์ค เซลฟี่กับสถานที่เสมือนจริงที่ทาง Ubisoft เอามาจากซานฟรานซิสโกตรงๆ สู่เกม

การออกแบบภารกิจใน Watch Dogs 2 ถือว่าทำมาได้สนุกสนานในแง่เนื้อหา เพราะเราจะได้ไปบุกมันแทบทุกที่เท่าที่ Ubisoft จะบ้าบิ่นพอใส่เข้าไปได้ ในส่วนของภารกิจหลักนั้นไม่มีอะไรชวนหวือหวามากนัก แค่เรากับเพื่อนป่วนบริษัทใหญ่ๆ และรัฐบาลไปเรื่อยๆ ความเด็ดจริงๆอยู่ที่ภารกิจเสริมของเกมโน่น ไม่มีอะไรบันเทิงไปกว่าการบุกสตูดิโอหนัง ขโมยรถประกอบฉากในหนังคลอไปกับเพลงยุค 80’s จากวง Duran Duran หรือบุกแฮคบริษัทเกม Ubisoft อีกแล้ว และนี่ยังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น การออกแบบภารกิจเสริมรวมๆ ดูจะเป็นการตอบสนองความต้องการของสาย Geek หลายๆท่านที่ฝันอยากจะทำอะไรแบบนี้บ้างแต่ไม่มีโอกาส ได้สัมผัสเศษเสี้ยวของมัน จัดว่าบันเทิงดีครับ
แต่ก็ไม่ใช่ทุกภารกิจที่สนุกแบบนี้ บางภารกิจนั้นออกแบบมาได้ค่อนข้างแย่และเสียเวลาเอามากๆ อาทิภารกิจหาจุดฉีดสเปร์ยกราฟฟิตี้ ที่ส่วนมากแล้วมักจะอยู่บนซอกตึกสูงๆ บังคับให้คนเล่นต้องหาทางปีนขึ้นไป บางอันก็เป็นการขึ้นทางลิฟต์ที่ช้าได้ใจเป็นที่สุด บางอันต้องการผู้เล่นให้จับรถกระโดดออกมาจากทางด่วนเหินขึ้นไปบนดาดฟ้า แทบทุกอันรับประกันความปวดหัวและเสียเวลา และรางวัลที่ได้ก็ไมุคุ้มเวลาเอาเสียเลย

อีกส่วนหนึ่งของเกมที่น่าผิดหวังคือระบบผู้เล่นหลายคน ภารกิจ Co-op ของ Watch Dogs 2 นั้นมิใช่ภารกิจเนื้อเรื่อง หากแต่เป็นภารกิจสุ่มๆ ไล่ยิงเด็กแก๊ง ตำรวจต่างๆนาๆ ไม่ได้มอบอะไรให้กับคนเล่นนอกจากค่าประสบการณ์และความสนุกเล็กน้อยโดยเฉพาะการเล่นกับเพื่อน ตัวเกมไม่มี Co-op เนื้อเรื่องและไม่สามารถ Co-op ภารกิจเนื้อเรื่องเกมได้ ถือว่าเป็นความน่าผิดหวังในการมอบความกลมกลืนระหว่างโลกออนไลน์และการเล่นคนเดียวอย่างยิ่ง แต่อย่างน้อยระบบรุกรานโลกในเกมของเพื่อน หรือคนอื่นๆ รวมไปถึงการล่าค่าหัวก็สนุกอยู่บ้างแหละนะ แต่ถ้าจะซื้อมาเพื่อเล่นออนไลน์นั้นดูจะเกินราคาไปหน่อยแหละ
โดยรวมแล้ว Watch Dogs 2 ไม่ใช่เกมที่น่าผิดหวังอะไร แต่ก็ไม่ได้ดีระดับเดียวกับความก้าวกระโดดระหว่าง Assassin’s Creed 1 และ 2 ด้วยเกมเพลย์ที่พัฒนาและภารกิจที่สนุกสนานจึงสามารถเล่นแบบเพลินๆ ไปได้ราวๆ สองสามอาทิตย์ก่อนจะเล่นจบสมบูรณ์ น่าเสียดายที่ระบบออนไลน์ที่ไม่ค่อยตอบโจทย์ผู้เล่นที่อยากจะหาอะไรทำหลังเล่นจบแล้วนัก และอัตราความน่าเล่นซ้ำค่อนข้างต่ำ เป็นพวก One-Time Experience สัมผัสครั้งเดียวแล้วก็จบกันไป การซื้อเต็มราคาจึงดูจะเป็นตัวเลือกสำหรับแฟนๆ Watch Dogs เท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ Watch Dogs 2 เป็นเกมที่แย่ลง. หากมองดูที่ภาพรวมแล้วก็ถือว่าเป็นเกมที่สนุกเกมนึงเลยทีเดียว

8/10

คะแนนมาตรฐานสำหรับเกมที่ผ่านระดับมาตรฐาน ไม่ใช่เกมที่ปฏิวัติอะไรแค่ก็ไมใช่เกมที่แย่เช่นกัน , Watch Dogs 2 วางจำหน่ายแล้วบน PC,PS4 และ XBOX ONE

บทความฝากลงจาก Oliver (www.thalible.com)