ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นเกมแอ็คชั่นสงครามยุคกลางมีผู้เล่นหลายคนห้ำหั่นกันแบบดิบๆไม่มีมังกรหรือเวทย์มนต์แฟนตาซี ถ้าหากพูดถึงเกมแอ็คชั่นยุค Medieval แล้วนับรวมเกมอินดี้เข้าไปด้วย เอาเท่าที่น่าจดจำที่สุดเท่าที่มีมาก็เห็นจะมี Chivalry: Medieval Warfare, Mount and Blade และ Life is Feudal: Your Own, หันมาดูฝั่ง AAA กลับกลายเป็นว่าเกมแนว Medieval เกมสุดท้ายคือ The Elder Scrolls V: Skyrim แต่กระนั้นก็จัดว่าเป็นแนวแฟนตาซี ฉะนั้นการมาของ For Honor จึงดูเป็นความสดใหม่อย่างบอกไม่ถูก

ทีมพัฒนา : Ubisoft Montreal
วันวางจำหน่าย : 14 กุมภาพันธ์ 2017
ตัวเกมรีวิวบน PC ขอขอบคุณ Ubisoft ที่สนับสนุนเรามา ณ ที่นี้

หนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้ท่านผู้อ่านหลายคนเข้ามาอ่านบทความในวันนี้ก็คงเห็นจะเป็นการเชื่อมต่อเซิฟเวอร์ของเกม หลายคนที่เคยลองเบต้าก็คงจะหงุดหงิดไม่ใช่น้อยว่าทำไมถึงหลุดบ่อยแท้ เล่นแปปๆ หลุด คนเล่นออกเกมยังต้องรอให้ห้องปรับระบบใหม่ บางครั้งหาห้องก็นานเหลือเกิน ทั้งที่เกมบอกกับเราว่ามีคนเล่นอยู่เยอะอย่างที่เจอกันมาในเวอร์ชั่นเบต้าของเกม

Beta ในความหมายของวงการเกมทุกวันนี้ มิใช่การทดสอบเกมให้กับผู้พัฒนาเพื่อนำข้อผิดพลาดที่ได้ระหว่างช่วงเบต้าไปปรับปรุงอีกต่อไป ความหมายของ Beta ในทุกวันนี้มันคือ Demo ให้ลองเล่นเกมก่อนแบบจำกัดเวลา ก่อนที่จะเปิดให้เล่นจริงดีๆนี่เอง เป็นมุขการตลาดอารมณ์เดียวกับที่ค่ายเกมมีต่อการโฆษณาเวอร์เกินจริงเมื่อสี่ห้าปีก่อนนั่นแหละ ไม่ต่างกับ For Honor ที่แทบจะไม่ได้แก้ไขอะไรกับตัวเบต้าเลย หลุดบ่อยแค่ไหนในเบต้า ตัวเกมเต็มก็แย่เท่านั้น
ต้องขอขอบคุณระบบ P2P หรือ Peer 2 Peer ที่ Ubisoft อ้างว่า ‘ทำให้เกมสมดุลขึ้น’ ทำให้ตัวเกมไม่เสถียรด้านการเชื่อมต่อเลยแม้แต่นิดเดียว ปัญหาทางเทคนิคจุกจิกไปหมด นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เขียนไม่เขียนตัวรีวิวออกมาอย่างรีบร้อน และตัดสินใจรอสักเดือนนึงก่อน ดูว่าการเชื่อมต่อของเกมอะไรมันเสถียรขึ้นบ้างหรือยัง, ทาง Ubisoft สนใจจะแก้ปัญหาบ้างไหม

ข่าวร้ายคือ ยังไม่ได้แก้ครับ

มาเข้าใจกับระบบ Peer 2 Peer กัน มันคือเครือข่ายที่จะเก็บไฟล์และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ (ในที่นี้คือไฟล์เกม การประมวลต่างๆ) ไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้แต่ละคน โดยไม่มีคอมพิวเตอร์ส่วนกลางที่ทำหน้าที่นี้ เรียกได้ว่าต่างคนต่างเก็บ ต่างคนต่างใช้ แต่ผู้ใช้ในเครือข่ายสามารถเรียกใช้ไฟล์จากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ ถ้าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นทำการแชร์ไฟล์เหล่านั้นไว้

ทั้งนี้ก็ยังพอเข้าใจว่าทาง Ubisoft คงจะไม่สามารถแก้ไขอะไรเกี่ยวกับระบบ Peer 2 Peer นี้ได้ เพราะมันยังมีข้อดีอยู่คือทำให้ผู้เล่นสัมผัสประสบการณ์เทศกาล Ping ทะลุร้อยน้อยลงมาก ทุกอย่างจะดูลื่นไหลไปหมดเหมือนเล่น CSGO แล้วมีปิงวิ่งแค่ 5 อะไรทำนองนี้ ดังนั้นลืมไปได้เลยเรื่องตายแล้วโยนความผิดไปให้แลคปิงสูงๆ

กระนั้นสิ่งหนึ่งที่ยังไงก็ฟังไม่ขึ้น ก็คือระบบ Matchmaking ที่เข้าขั้น ‘ขยะ’ ตามสไตล์เกมของ Ubisoft ด้วยระบบ Lobby ที่ห่วยแตก อยู่ๆ ก็หยิบเราไปใส่ในห้องที่มีคนเล่นเต็มแล้ว บางครั้งก็เออเร่ออย่างไร้เหตุผล และการ Matchmaking ที่ไม่รู้ว่าวัดกับอะไร อยู่ๆ ก็ยัดเราไปเล่นร่วมกับผู้เล่นเลเวลสูงๆ ทำให้เป็นเกมที่ขาดความสมดุลอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นใหม่ที่กำลังจับๆคลำๆ หาวิธีเล่นอยู่ เมื่อพิจารณาว่านี่คือเกมผู้เล่นหลายคนแล้ว ปัญหาเหล่านี้ถือว่าแก้ตัวไม่ได้จริงๆ และผ่านไปเป็นเดือนก็ไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

แต่ถ้าหากเราเอาเรื่องปัญหาทางเทคนิคไปโยนลงถังขยะแล้ว จะพบว่า For Honor นั้นเป็นหนึ่งในเกมที่ประณีต และพิถีพิถันที่สุดของ Ubisoft เลยล่ะ…

อาจจะไม่ได้ยิบเท่า The Division แต่เอาแค่เรื่องภาพอย่างเดียวก็พอจะบอกได้แล้วว่าทาง Ubisoft น่ะตั้งใจกับงานนี้แค่ไหน

แม้จะไม่ใช่เกมที่มีภาพที่สวยที่สุดของ Ubisoft แต่ก็ยังถือว่าออกแบบอะไรๆ มาได้ไม่เลวร้าย กราฟิคถือว่าทำออกมาได้โอเค สมกับยุคอยู่บ้างแม้จะออกแบบสถานที่ในเกมไม่ได้ประทับใจเท่าเกมอื่น อีกสิ่งที่ประทับใจเห็นจะเป็นอนิเมชั่นท่วงท่าที่ทำมาได้ลื่นไหลเอาเรื่อง ถ้าหากเทียบกับเกมอื่นของค่ายแล้ว For Honor ถือว่าอยู่ในระดับต้นๆได้เลย ที่ยิ่งน่าดีใจคือตัวเกมดูจะ Optimize มาได้ดีมาก ไม่จำเป็นต้องมีคอมแรงมากก็สามารถสนุกไปกับ For Honor กับ FPS วิ่งที่ 60 ไปได้ไม่ยาก ก็ไม่รู้ว่าถ้า Optimize ได้ดีขนาดนี้ทำไมมาตรฐานไม่ค่อยเท่ากัน ฮา

มาดูระบบการต่อสู้ก็ยังคิดว่าน่าประทับใจในระดับหนึ่ง ตัวเกมถือว่าวัดฝีมือคนเล่นพอสมควรด้วยระบบการต่อสู้แบบล็อคเป้าหมาย ผู้เล่นจะมีทิศทางที่สามารถโจมตีศัตรูได้สามทิศทางคือด้านบน ด้านซ้ายและด้านขวา ในขณะเดียวกันก็ต้องป้องกันการโจมตีที่ศัตรูฟาดฟันใส่ตามทิศทางต่างๆ ด้วย นี่ทำให้เป็นเกมที่วัดใจและท้าทายมากที่สุดเท่าที่มีมา ด้วยการบังคับที่ดูธรรมดา แต่ทำมาได้ล้ำลึกกับการควบคุมที่ซับซ้อนน่าเหลือเชื่อ มีคอมโบมากมายทีผู้เล่นต้องจดจำและเรียรนรู้อยู่ตลอด ใครชอบแนว PVP ตามเกมอย่าง Dark Souls ที่อาศัยจังหวะและการวัดใจ For Honor จะเติมเต็มส่วนที่คุณต้องการให้อย่างหมดจดเลยแหละ

จะบอกว่ามันคือเกมที่มี Gameplay ที่สดใหม่ที่สุดของ Ubisoft ในรอบ 5 ปีเลยก็ว่าได้…

ที่ยิ่งเซอร์ไพร์สคือมีความสมดุลอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกตัวละครมีจุดดีและข้อเสียอย่างชัดเจน ใครเล่นไม่เป็นเจอคนเล่นเก่งกว่าแล้วแพ้หัวร้อนก็อาจจะลำบากใจที่ต้องพูดว่าเกมไม่แฟร์หน่อย เพราะตัวเกมออกแบบตัวละครมาให้รับมือคนอื่นทุกรูปแบบมาแล้ว มันอยู่ที่ว่าคนเล่นจะใช้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ อย่างตัวละครร่างใหญ่ๆ หน่อยก็จะตีแรงสมขนาดตัว เวลาเจอพวกตัวเล็กๆ ตีทีเดียวเลือดหายครึ่งหลอดได้ง่ายๆกันเลยถึงจะตียากเพราะมันไวก็ตาม ด้วยกระบวนท่วงท่ามากมาย การฝึกฝนจึงเป็นกุญแจสำคัญในสงครามนี้

น่าเสียดายที่โหมดเนื้อเรื่องเขียนเล่าได้ค่อนข้างแย่ อาจจะฟังดูไม่แปลกใหม่สำหรับเกมที่ขายโหมดมัลติเพลเยอร์เป็นหลัก แต่ส่วนตัวรู้สึกผิดหวังพอสมควรเลยทีเดียว เนื้อหาเขียนได้ค่อนข้างน่าเบื่อมาก พล็อตทำได้ธรรมดาสุดๆ การเล่าเรื่องจืดชืดไม่มีสีสัน จะบอกว่าเป็นโหมดฝึกสอนใส่คัตซีนให้ดูหรูหราก็ไม่ผิดเลย ใครซื้อมาเล่นคนเดียวหวังไว้ว่ามันจะสนุกคงจะผิดหวังมากถึงมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าจะใช้ฝึกก็สนุกดีเหมือนกัน (ใช้ Warden เป็นเพราะเล่นเนื้อเรื่องนี่ล่ะ แนะนำความยากระดับ Realistic)

แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเพลินดีกับเกมเพลย์ของโหมดเนื้อเรื่อง ความรู้สึกรวมๆ ดันเหมือนเล่นเกมมุโช Next Gen มากๆ …ใช่ มันอาจจะไม่ได้มันส์สะใจเท่าฟันทหารร้อยคนในเวลาเดียวกัน เนื่องจากในเกมนี้เราฟันได้แค่ทีละคน แต่ระบบไล่ตีครีฟทหารทั้งหลายฟันทีเดียวตายนั้นทำมาได้สนุกสนานต่อเนื่อง เล่นได้เพลินๆไม่แพ้เกมฟันมุโชเลย แถมตัวเกมยังมีพวกเสมือนแม่ทัพคอยรอให้เราเข้าห้ำหั่นตามทางด้วย นี่ถ้ามีระบบเลือกตัวละครในโหมดเนื้อเรื่อง ไม่ได้บังคับ แล้วเขียนบทให้น่าติดตามอีกนิดล่ะก็คงจะนึกว่า KOEI TECMO มาเองเลยทีเดียว

รวมๆแล้วแม้จะประสบปัญหาจุกจิกที่ระบบทางเทคนิคต่างๆ แต่อย่าได้ให้มันทำให้คุณมืดบอด เพราะถ้ามองข้ามเรื่องปัญหาทางเทคนิคแล้ว For Honor ถือว่าเป็นเกมที่ดี และนำมาซึ่งนวัตกรรมใหม่ในวงการเกมต่อสู้ 3D ได้อย่างดีเยี่ยม กระนั้นก็ยังน่าติในเรื่องของโหมดผู้เล่นคนเดียวที่ทำมาซะห่วยเสียเหลือเกินจนมีค่าเพียงแค่ตอนเล่นมัลติแล้วหลุดบ่อยจนหัวร้อนเท่านั้นเอง

6/10

ขอตัดคะแนนเรื่องระบบล็อบบี้ที่ผ่านมาเป็นเดือนก็ยังไม่แก้ และโหมดเล่นคนเดียวที่ไร้คุณค่าความน่าเล่นของมัน แม้จะได้ดีไซน์ระบบแสนดีมาช่วยก็ตาม จนกว่า Ubisoft จะแก้ ไม่แนะนำให้ซื้อเต็มราคาครับ

 

บทความนี้เป็นบทความฝากลงจาก Oliver (www.thalible.com)